ยานยนต์

หมัดต่อหมัดรถ EV กับรถน้ำมัน อะไรประหยัดกว่ากัน!

เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายรถ EV กับรถน้ำมันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ราคาซื้อ ค่าไฟหรือน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา ประกันภัย ยางรถยนต์ ค่าเสื่อมราคา และค่าติดตั้งเครื่องชาร์จ เพื่อให้เห็นว่ารถแบบไหนคุ้มกว่าสำหรับรูปแบบการใช้งานของคุณ

แชร์
header_billboard
ภาพ: Ed Harvey / Pexels

คำถามว่ารถยนต์ไฟฟ้า หรือรถ EV ประหยัดกว่ารถน้ำมันหรือไม่ ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะต้นทุนจริงไม่ได้อยู่ที่ราคาพลังงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงราคาซื้อหรือค่างวด ค่าบำรุงรักษา ประกันภัย ยางรถยนต์ ค่าเสื่อมราคา และค่าอุปกรณ์ชาร์จด้วย

วิธีเปรียบเทียบที่แม่นกว่าคือ นำรถสองคันที่มีขนาดและลักษณะการใช้งานใกล้เคียงกันมาเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน เช่น 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร จากนั้นแยกต้นทุนเป็นหมวด ๆ แล้วใช้พฤติกรรมการขับจริงของเจ้าของรถเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่สรุปจากภาพจำว่า EV ถูกกว่าเสมอ หรือรถน้ำมันคุ้มกว่าเสมอ

in_article_1

ต้นทุนก้อนแรกที่เห็นชัดที่สุดคือราคาซื้อ รถ EV บางรุ่นมีราคาจำหน่ายสูงกว่ารถน้ำมันในกลุ่มเดียวกัน ขณะที่บางรุ่นมีราคาสูสีกันหรือได้รับแรงสนับสนุนจากการแข่งขันด้านราคา อย่างไรก็ตาม การดูเฉพาะราคาป้ายอาจทำให้ภาพไม่ครบ เพราะผู้ซื้อส่วนใหญ่อาจเลือกผ่อนชำระ และค่างวดขึ้นอยู่กับเงินดาวน์ อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อน รวมถึงค่าใช้จ่ายวันรับรถ

ควรบันทึกยอดเงินที่จ่ายจริงทั้งหมด ได้แก่ เงินดาวน์ ค่างวดรวมตลอดสัญญา ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง แล้วนำมาเฉลี่ยต่อเดือนหรือรวมตลอดช่วงเวลาที่ต้องการเปรียบเทียบ หากรถ EV มีราคาซื้อสูงกว่า แต่มีค่าใช้จ่ายใช้งานต่ำกว่า ก็ต้องดูว่าประหยัดได้มากพอชดเชยส่วนต่างในกี่ปี

รถยนต์ไฟฟ้าจอดชาร์จที่สถานีสาธารณะ สื่อถึงทางเลือกและค่าใช้จ่ายในการชาร์จ
ภาพ: Kindel Media / Pexels

รถ EV มักระบุอัตราการใช้พลังงานเป็นกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร ส่วนรถน้ำมันระบุเป็นกิโลเมตรต่อลิตร สูตรเบื้องต้นของ EV คือ ระยะทางต่อเดือน ÷ 100 × อัตราการใช้ไฟฟ้า × ค่าไฟต่อหน่วย จากนั้นควรเผื่อการสูญเสียระหว่างชาร์จประมาณหนึ่งส่วนของการใช้ไฟที่มิเตอร์ เพราะไฟที่ดึงจากระบบอาจมากกว่าพลังงานที่เข้าแบตเตอรี่จริง

ตัวอย่างเชิงสมมติ หากขับรถ EV เดือนละ 1,500 กิโลเมตร รถใช้ไฟเฉลี่ย 16 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร และมีต้นทุนไฟเฉลี่ย 4.50 บาทต่อหน่วย ค่าไฟสำหรับการเดินทางจะอยู่ที่ประมาณ 1,080 บาทต่อเดือนก่อนเผื่อการสูญเสียจากการชาร์จ หากเผื่อเพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายอาจขยับขึ้นเล็กน้อย ทั้งนี้ตัวเลขจริงขึ้นอยู่กับช่วงเวลาชาร์จ อัตราค่าไฟ บ้านพักอาศัย และการชาร์จเร็วตามสถานีบริการ

สำหรับรถน้ำมัน สูตรคือ ระยะทางต่อเดือน ÷ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง × ราคาน้ำมันต่อลิตร หากรถวิ่งได้ 15 กิโลเมตรต่อลิตร ใช้น้ำมันเดือนละ 100 ลิตร และสมมติราคาน้ำมันเฉลี่ย 35 บาทต่อลิตร ค่าเชื้อเพลิงจะอยู่ที่ประมาณ 3,500 บาทต่อเดือน ตัวอย่างนี้สะท้อนว่า EV อาจได้เปรียบด้านพลังงานเมื่อมีระยะทางใช้งานสูงและสามารถชาร์จที่บ้านได้เป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม อย่าใช้ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองจากโบรชัวร์โดยตรงทั้งหมด ควรจดระยะทางและค่าใช้จ่ายจริงเป็นเวลาอย่างน้อย 1-3 เดือน เพราะการจราจร น้ำหนักบรรทุก การเปิดเครื่องปรับอากาศ ความเร็ว และสภาพอากาศ ล้วนส่งผลต่อการใช้พลังงาน

หัวจ่ายน้ำมันขณะเติมเชื้อเพลิง สื่อถึงค่าใช้จ่ายของรถยนต์น้ำมัน
ภาพ: ClickerHappy / Pexels

รถ EV ไม่มีเครื่องยนต์สันดาป จึงไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรองน้ำมันเครื่อง หัวเทียน หรือดูแลระบบไอเสียแบบรถน้ำมัน รายการบำรุงรักษาตามระยะจึงมักน้อยกว่า และระบบขับเคลื่อนมีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อยกว่า แต่ยังมีค่าเปลี่ยนหรือ ตรวจสอบน้ำมันเบรก น้ำยาหล่อเย็น แผ่นกรองอากาศห้องโดยสาร ระบบปรับอากาศ ช่วงล่าง และชิ้นส่วนสึกหรออื่น ๆ

รถน้ำมันมีรายการบำรุงรักษาตามระยะมากกว่า เช่น น้ำมันเครื่อง ไส้กรอง หัวเทียน สายพาน และของเหลวในระบบต่าง ๆ ค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งอาจไม่สูงมาก แต่เมื่อสะสมตลอดหลายปีจะกลายเป็นต้นทุนก้อนหนึ่ง ขณะที่ EV อาจมีค่าเข้าศูนย์ต่ำกว่าในช่วงแรก ทว่าเจ้าของรถควรตรวจสอบค่าใช้จ่ายตามระยะของรุ่นที่สนใจจากศูนย์บริการจริง เพราะแต่ละยี่ห้อกำหนดรายการไม่เหมือนกัน

in_article_2

เบี้ยประกันภัยขึ้นอยู่กับรุ่นรถ ราคาอะไหล่ อายุผู้ขับ ประวัติการเคลม และเงื่อนไขกรมธรรม์ ไม่ได้กำหนดจากการเป็น EV หรือรถน้ำมันเพียงอย่างเดียว รถ EV บางรุ่นอาจมีเบี้ยสูงกว่าเนื่องจากราคาตัวรถหรือค่าอะไหล่ ขณะที่การแข่งขันในตลาดและแผนประกันเฉพาะรุ่นอาจทำให้ส่วนต่างลดลงได้ ดังนั้นควรขอใบเสนอราคาสำหรับรถแต่ละคันก่อนตัดสินใจ

ยางรถยนต์ก็เป็นต้นทุนที่ควรนำมาเฉลี่ยด้วย รถ EV มีน้ำหนักแบตเตอรี่สูง และแรงบิดจากมอเตอร์มาอย่างรวดเร็ว หากขับเร่งแรงหรือใช้ยางที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้ยางสึกเร็วขึ้น รถน้ำมันเองก็มีต้นทุนยางไม่ต่างกันมากนักเมื่อขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกัน วิธีคำนวณคือ ราคายาง 4 เส้น ÷ อายุการใช้งานโดยประมาณ แล้วนำไปเทียบกับระยะทางที่ขับจริง

รถยนต์เข้ารับบริการในศูนย์ซ่อม สื่อถึงค่าบำรุงรักษารถยนต์
ภาพ: Artem Podrez / Pexels

ค่าเสื่อมราคาคือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขายต่อ ซึ่งมักมีมูลค่าสูงกว่าค่าพลังงานหลายรายการรวมกัน รถ EV รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดต่อเนื่อง การปรับลดราคาจำหน่ายของรถใหม่ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่เปลี่ยนเร็ว และความกังวลเรื่องอายุแบตเตอรี่ อาจกระทบราคามือสองได้ ขณะเดียวกันรถน้ำมันก็มีค่าเสื่อมราคา และอาจได้รับผลจากนโยบายด้านพลังงานหรือความนิยมของตลาดในอนาคตเช่นกัน

การประเมินควรใช้ราคาขายต่อของรุ่นใกล้เคียง อายุรถ และระยะทางที่ใกล้กันจากตลาดมือสองหลายแหล่ง ไม่ควรยึดตัวเลขจากประกาศขายเพียงรายการเดียว เพราะราคาประกาศอาจไม่ใช่ราคาที่ซื้อขายจริง หากยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ ให้จัดทำอย่างน้อยสามกรณี ได้แก่ ราคาขายต่อสูง กลาง และต่ำ เพื่อดูว่าความคุ้มค่าเปลี่ยนไปมากแค่ไหน

ผู้ที่มีที่จอดรถและสามารถติดตั้งเครื่องชาร์จที่บ้านได้ มักควบคุมต้นทุนพลังงานได้ง่ายกว่า แต่ต้องรวมค่าเครื่องชาร์จ ค่าติดตั้ง ระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ป้องกัน และการปรับปรุงหน้างาน ค่าใช้จ่ายส่วนนี้แตกต่างตามกำลังไฟ ระยะเดินสาย และสภาพระบบไฟของบ้าน หากพักในคอนโดมิเนียม อาจมีค่าบริการใช้สถานีชาร์จหรือค่าดำเนินการเพิ่มเติม

การชาร์จตามสถานีสาธารณะสะดวกกว่า แต่ราคาต่อหน่วยอาจสูงกว่าการชาร์จที่บ้าน และบางแห่งอาจคิดค่าจอดหรือค่าบริการอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีต้นทุนด้านเวลา หากต้องเดินทางอ้อมหรือรอคิวชาร์จ สิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องแปลงเป็นตัวเงินเสมอไป แต่ควรนำมาพิจารณาในมุมความสะดวกและรูปแบบชีวิตด้วย

สามารถสรุปค่าใช้จ่ายรวมตลอดช่วงเวลาที่กำหนดได้ด้วยสูตร: ราคาซื้อและดอกเบี้ย + ค่าไฟหรือน้ำมัน + ค่าบำรุงรักษา + ประกันภัย + ยางรถยนต์ + ค่าอุปกรณ์ชาร์จและติดตั้ง - ราคาขายต่อโดยประมาณ จากนั้นหารด้วยจำนวนเดือนหรือระยะทางที่ใช้งาน เพื่อดูต้นทุนเฉลี่ยต่อเดือนหรือต่อกิโลเมตร

ตัวอย่างเช่น คนที่ขับรถวันละหลายสิบกิโลเมตร มีที่ชาร์จบ้าน และถือรถนานหลายปี อาจได้ประโยชน์จากค่าไฟและค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่า ส่วนคนที่ขับน้อย ไม่มีที่จอดประจำ ต้องพึ่งสถานีชาร์จราคาแพง หรือเปลี่ยนรถเร็ว อาจยังไม่เห็นความคุ้มค่าชัดเจน โดยเฉพาะหากรถ EV มีราคาซื้อและค่าเสื่อมราคาสูงกว่ารถน้ำมันที่นำมาเทียบ

รถ EV มีจุดแข็งเรื่องต้นทุนพลังงานและรายการบำรุงรักษาที่น้อยกว่า ขณะที่รถน้ำมันได้เปรียบด้านความคุ้นเคย ความสะดวกในการเติมพลังงาน และอาจมีตัวเลือกรถมือสองหรือศูนย์บริการที่หลากหลายกว่า แต่เมื่อรวมราคาซื้อ ประกัน ยาง ค่าเสื่อมราคา และค่าอุปกรณ์ชาร์จ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละรุ่นและแต่ละคน

ก่อนตัดสินใจ ควรทำตารางเปรียบเทียบจากระยะทางที่ขับจริง ค่าไฟหรือน้ำมันที่จ่ายจริง สถานที่ชาร์จที่ใช้งานได้ และระยะเวลาที่ตั้งใจถือรถอย่างน้อย 3-5 ปี การดูต้นทุนรวมตลอดการครอบครองจะช่วยให้ตอบได้ตรงกว่าคำถามว่า EV หรือรถน้ำมันประหยัดกว่า เพราะรถที่คุ้มที่สุด คือรถที่เข้ากับการใช้งานและงบประมาณของเจ้าของมากที่สุด

end_article